วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phra Mongkolthepmuni พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)
.......กายธรรมละเอียด กายธรรมโสดา กายธรรมโสดาละเอียด กายสกทาคา กายสกทาคาละเอียด กายธรรมอนาคา กายธรรมอนาคาละเอียด กายธรรมพระอรหัตต์ กายธรรมพระอรหัตต์ละเอียด เป็นลำดับขึ้นไปดังนี้ นี่เรียกว่า ธรรมขาว.......ธรรมดำ เป็นธรรมของพญามาร เป็นบ่าวของพญามารไป เป็นทาสของพญามารไป เขาบังคับใช้สอยเหมือนเด็กๆเล็กๆ เหมือนทาสกรรมกรไปอยู่ในกำมือของมาร.........ถ้าสัตว์ในโลก มีธรรมดำล้วน ไม่ได้มีธรรมขาวเข้าไปเจือปนเลย.....แตกกายทำลายขันธ์ .....อายตนะโลกันต์ ดึงดูด .....อายตนะอเวจี ถ้าจะไปตกนรกอเวจี เพราะทำลายโลหิตพระพุทธเจ้าให้ห้อ ฆ่าพระอรหันต์ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ....แตกกายทำลายขันธ์ ต้องไปตกอเวจี ......แดงก่ำเหมือนเหล็กแดงทั้งวันทั้งคีน.....ตัวเทวทัตแดงเป็นเหล็กแดงทีเดียว ไหม้เป็นเหล็กแดงทีเดียว แต่ไม่ตาย กรรมบังคับให้ทนอยู่ได้ เพราะทำอนัรตริยกรรม.... ....บัณฑิต ละธรรมดำเสีย ยังธรรมขาวให้เจริญขึ้น ....ให้ถอนอาลัย ออกเสีย ถ้าถอนอาลัยไม่ได้ ก็ไปนิพพานไม่ได้.... ....จาก หนังสือ มรดกธรรม หน้า503-507 ติลักขณาทิคาถา โดย วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phra Mongkolthepmuni พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)
.... เมื่อรู้ชัดดังนี้ ก็ทำแต่สิ่งดี ชอบดีก็ทำแต่สิ่งดี สิ่งที่ชั่วก็ไม่ทำต่อไป........ไม่ละเมินเหินห่างจากความเพียร...เมื่อรักษาศีล ก็เพียรรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไม่คลาดเคลื่อน เมื่อทำสมาธิ ก็เพียรทำสมาธิให้ยิ่งขึ้นไป ......มารย่อมรังควานเขาไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในความมั่นคง เป็นเชื้อสายของพระสมณโคตมพุทธเจ้า เป็นเชื้อสายของพระพุทธศาสนา ได้ชื่อว่า เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เป็นลูกศิษย์พญามาร... ...กุสลาธัมมา คือ ธรรมฝ่ายดี ...ธรรมที่ชั่ว คือ อกุสล่ธัมมา ธรรมไม่ดีไม่ชั่ว เรียกว่า อัพยากตาธัมมา .....ธรรมเกิดแตเหตุ โลภะเหตุ โทสะเหตุ โมหะเหตุ เป็นฝ่ายชั่ว ส่วนฝ่ายดี คือ อโลภะเหตุ อโทสะเหตุ อโมหะเหตุ .......จากหนังสือ มรดกธรรม หน้า 484 สังวรคาถา ,หน้า668 พุทธอุทานคาถา โดย วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์เก่าหลวงพ่อวัดปากน้า

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phra Mongkolthepmuni's teaching 009 Mara Vanquisher คำสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) 009 พระผู้ปราบมาร จากหนังสือ มรดกธรรม สังคหวัตถุ หน้า 693-694 ,รัตนสูตร ว่าด้วยพุทธรัตนะ หน้า 341 โดย วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ
หัดวาจาไพเราะเสียในชาตินี้ ชาติต่อๆไปวาจาของตนศักดิ์สืทธิ์ จะพูดอะไรสำเร็จกิจหมดทุกอย่าง ถ้าใช้วาจาหยาบ .....วาจาหมดอำนาจหมดสิทธิ์ ไม่มีอำนาจอะไร พูดไปก็เท่ากับไม่ได้พูด พูดอะไรเป็นไม่สำเร็จ ........ถ้าใครต้องการวาจาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ต้องพยายามห้ามวาจาทุจริตเสีย ให้มีวาจาสุจริตอยู่ร่ำไป เมื่อกล่าวขึ้นแล้ว เป็นประโยชน์แก่ตนและบุคคลอื่นได้.... .......ตถาคโต โข วาเสฎฐา อธิวจนัง ธัมมกาโย อิติปิ ดูกร วาเสฏฐโคตรทั้งหลาย คำว่า ธรรมกาย ธรรมกาย เป็นตถาคตโดยแท้ ......เมื่อรู้จักเช่นนี้ เราจะต้องเข้าถึงธรรมกายให้ได้ เมื่อเข้าถึงธรรมกายได้ละก็ ได้รัตนะอันประเสริฐแล้ว เข้าถึงยอดรัตนะแล้ว ได้ธรรมกายเบื้องต้นเป็นโคตรภู ได้ลงไปที่2 เป็นพระโสดา ย่างเข้าเป็นที่3 เป็นพระสกทาคา ย่างเข้าเป็นที่4 เป็นพระอนาคา ถ้าย่างเข้าเป็นขั้นที่5 เป็นพระอรหัตต์ ถึงพระอรหัตต์ก็สุขละ ไม่มีเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ต้องเวียนว่าตายเกิดในกามภพ รูปภพ อรูปภพต่อไป นั้นเป็นที่สุดทีเดียวรัตนะนั่น

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phra Mongkolthepmuni's teaching 008 Mara Vanquisher คำสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) พระผู้ปราบมาร 008 จากหนังสิอ มรดกธรรม โอวาทปาฏิโมกข์ หน้า549-551 โดย วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ
นิพพาน แยกออกเป็นสอง สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ เหมิ่อนพระพุทธเจ้า ได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ว่า ขันธปัญจก ยังปรากฏอยู่ สั่งสอนเวไนยสัตว์อยู่ 45 ปี ในระหว่างนั้น เป็น สอุปาทิเสสนิพพาน ทั้งนั้น ส่วน อนุปาทิเสสนิพพาน เมื่อพระพุทธเจ้า อายุครบ 80 พรรษาแล้ว ที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เดินสมาบัติทีเดียว ปฐมฌาน รูปฌาน อรูปฌาน เดินถอยไปถอยมานับครั้งนับหนไม่ถ้วน เมื่อสมควร ธรรมกายของท่านละเอียด สมควรแล้วก็ตกศูนย์มุบ อายตนนิพพานดึงดูดแล้ว ธรรมกายของพระพุทธเจ้าที่ได้ตรัสรู้ธรรม หายไปอยู่ในนิพพาน.......นิพพานอยู่ข้างบน สูงจากภพสามนี้ขึ้นไปสามเท่าภพสาม โตเท่ากันกับภพสามนี่ สว่างเป็นแก้วไปหมดทั้งนั้น งดงาม ตรงกลางนิพพานน่ะ มีกำเนิด กำเนิดเหมือนกำเนิดของมนุษย์ ที่เดินสมาบัติเข้าไป เข้าไปถึงกายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม รูปพรหมละเอียด อรูปพรหม อรูปพรหมละเอียด เป็นชั้นๆเข้าไป .......ถึงธรรมกายอรหัตต์ อรหัตต์สะเอียดนั่นหละ พอไปถึงนิพพานก็เป็นธรรมกาย .......ตกศูนย์ถึงอายตนะนิพพานก็กลับเป็นธรรมกายใหญ่ ยี่สิบวา สูงยี่สิบวา เกตุดอกบัวตูมใสนั่น ...... " อายตนนิพพาน เป็นของละเอียด นิพพานที่พระพุทธเจ้าเข้าถึง เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน เข้าไปแล้วไม่กลับมานั้นแหละ นิพพาน นั่นแหละ ได้ชื่อว่าเป็น อายตนะ เรียกว่า " นิพพาน" เฉยๆ ธรรมกายของ พระสีธาตุราชกุมาร เข้าไปอยู่ในนิพพานนั้น เรียกว่า "พระนิพพาน " ธรรมกายนั้นเรียกว่า พระนิพพาน แต่ว่า นิพพานทียังเป็นเครื่องรองรับนั้น เรียกว่า อายตนนิพพาน หรือเรียกว่า นิพพาน เฉยๆ "พระนิพพาน" คือ พระเข้านิพพาน ให้รู้จักหลักอย่างนี้นะ
Phra Mongkolthepmuni's teaching 007 Mara Vanquisher คำสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) 007 จาก หนังสือ มรดกธรรม ปัพพโตปมาคาถา หน้า 278,280 โดย วัดปากน้ำภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ
..... พญามาร นั่นเอง เป็นคนทำให้แก่ให้เจ็บให้ตายอย่างยับเยิน....พญามารทำทั้งนั้น สำหรับประหัตประหาร ...ถ้าว่ามนุษย์ผู้ใด เป็นฝ่ายพระละก็มารข่มเหงอยู่อย่างนั้นแหละไม่ขาดสาย ไม่เช่นนั้นก็ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง .......ให้ฆ่ากัน ตายเสีย ให้กินยตายเสีย ให้ผูกคอตายเสีย พญามาร ทั้งนั้นไม่ใช่ใคร ไม่มีใครรู้ แสนโกฎิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกายมีเท่าำไหร่ ไม่มีใครรู้ ไม่รู้เรื่องทีเดียวในเรื่องนี้ว่า พญามารเขาคอยบีบค้นอยู่ ให้เกิด แก่ เจ็บ ตาย....ที่เดือดร้อนยับเยินเช่นนี้ เพราะ พญามารเขาส่งฤทธิ์ส่งเดช ส่งอำนาจ ส่งวิชชาที่ศักดิ์สิทธิ์มาบังคับบัญชาให้เป็นไป แต่ว่ามีแก้อยู่ที่วัดปากน้ำ วิชชาธรรมกาย ไปเห็นวิชชาเหล่านี้หมด ไปเห็นความแก่ความตาย สู้จริงๆ ผู้เทศน์นี่แหละ 22ปี 8เดือนเศษแล้ว 8เดือน 9วันวันนี้แล้ว วินาทีนี้ไม่ได้หยุด เพียรสู้ความแก่ความตายไม่ได้ถอยกันเลย พญามัจจุราชมีเท่าไร จับกันหมด ตรึงกันหมด ลงโทษกันหมดทีเดียว มีเท่าไร ไม่ให้ทำลายพระ ไม่ให้ข่มเหงพระได้ ให้เลิกข่มเหง ให้เลิกทำลายพระเสียให้ได้ จะแก้ความแก่ ความเจ็บ ความตายใหม่ ไม่ให้มีแก่ ไม่ไห้มีเจ็บ ไม่ให้มีตาย เมื่อเกิดขี้นมาเป็นมนุษย์แล้ว ก็ให้เป็นมนุษย์เด็กๆก็อย่างหนึ่ง รู้กันได้ชัดๆ เด็กๆก็รู้ ไม่สวยไม่งามนัก พอสมควร ถ้ายื่งแก่หนักเข้ายิ่งสวยงามหนักเข้า แล้วก็โตหนักเข้า ไม่มีไขลงกัน มีแตไขขึ้นกันไป ไม่มีถอยกลับกัน พอครบบารมีของตนที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นพระพุทธเต้า พระอรหันต์ ไม่ต้องไปทรมานให้เหนื่อยยากลำบากแต่อย่างหนึ่งอย่างใด อยู่ในบ้านในช่องตามฃอบใจ พอครบกำหนดเข้าก็เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์ทีเดียว เวลาไปนิพพานไม่ต้องถอดสักกายหนึ่ง กายมนุษย์ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละเอียด กายธรรม กายธรรมละเอียด กายธรรมโสดา กายธรรมโสดาละเอียด กายธรรมสกทาคา กายธรรมสกทาคาละเอียด กายธรรมอนาคา กายธรรมอนาคาละเอียด กายธรรมอรหัตต์ กายธรรมอรหัตต์ละเอียด ไม้มีถอดกันเลย เป็นทั้งดุ้นทั้งก้อน ไปนิพพานหมดทั้งดุ้นทั้งก้อนทีเดียว นี้ที่สมภารวัดปากน้ำรบกับพญามัจจุราช รบความแก่ความตายรบเท่านี้ แก้ให้เป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ สมภารวัดปากน้ำไม่แรมราตรีที่อื่นละ ยอมตายไม่ถอยกันเลย

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phra Mongkolthepmuni's teaching 006 คำสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) 006 จากหนังสือมรดกธรรม , ปัพพโตปมาคาถา หน้า281 โดยวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ
เมื่อการสู้รบเช่นนี้ ใครเคยได้ยินได้ฟังย้าง? ไม่มีเลย หมดทั้งชมพูทวีป แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกายที่ไหนๆ ไม่มีเลย แล้วไม่มีใครรู้จักเสียด้วยซ้ำ นี่มารู้จักขึ้นแล้วที่วัดปากน้ำ ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อยู่วัดปากน้ำก็จริง แต่ไม่รู้ว่า สมภารวัดปากน้ำทำอะไร นี่อัศจรรย์นัก อยู่ด้วยกันตั้งหลายสิบปี อยู่วัดปากน้ำทำวิชชานี้ 22 ปี 8 เดือน 9 วัน วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าทำอะไร รู้แต่นิดๆหน่อยๆ รู้จริงจังลงไปไม่มี มีก็ผู้ที่ทำวิชชาด้วยกัน รู้จริงเห็นจริงกันลงไปทีเดียว ทำอยู่ทุกๆวันนั่นละก็รู้จริงเห็นจริง นี่เป็นวิชชาลึกอย่างนี้ ถ้ารู้สึกเช่นนี้ละก็ จงอุดส่าห์ว่าต้งแต่นี้ไป เราจะช่วยเหลือแก้ไข ด้วยประการใดประการหนึ่ง ท่านรบศึกสำคัญอย่างนี้ ถ้าได้ชนะละก็ เราชนะด้วย ถึงเราไม่ได้ทำเลยเราก็ชนะด้วย ถ้าได้สำเร็จ เราก็สำเร็จด้วย เราไม่ได้ทำเลยก็สำเร็จด้วย "เราต้องสนับสนุนด้วนทางใดทางหนึ่งให้สมควรทีเดียว" พวกที่เป็นแล้วตั้งใจแน่วแน่ ว่าต้งแต่วันนี้ไป เราไม่ถอยหละ เกิดมาเราพบวิชชานี้ เราจะต้องสู้ อย่างอื่นสู้ไม่ได้ทั้งนั้น เราจะหันสู้วิชชานี้กันสุดฤทธิ์สุดเดช เอาให้ถึง หมดเจ็บ หมดแก่ หมดตาย ของพญามารให้ได้ ให้พญามารแพ้ให้ได้ พญามารแพ้เด็ดขาดเมื่อเวลาใด เวลานั้นหมดทุกข์ในโลก เท่าปลายผมปลายขนก็ไม่มี มีความสุขเหมือนดังท้าวสวรรค์ หรือเหมือนกับท้าวพรหม หรือเหมืนกับพระนิพพาน............พระพุทธเจ้าในพระนิพพานไม่ได้หยุดเลย ทำอยู่อย่างนี้ กำลังผจญกับพญามารไม่ได้หยุดเลย วินาทีทุกอนุวินาทีก็ไม่ได้หยุด ต้องทำนิโรธ ดำเนินนิโรธเสมอให้ละเอียดอ่อนไว้.....

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

Phramongkolthepmuni's teaching 005 คำสอนพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) 005 จากหนังสือ มรดกธรรม อริยทรัพย์ หน้า662 โดยวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ
พระพุทธเจ้าเมื่อท่านได้ไปนิพพานแล้ว สาวกมีเท่าไหร่ถึงคราท่านจะปกครองมนุษย์รักษามนุษย์ ท่านก็เอาสาวกของท่านเข้าอยู่ในตัวของท่านหมด ท่านก็ต้องรักษาดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายเป็นลำดับไป ไปรัก๋าที่สุดโน้น " ที่สุดอยู่ที่ไหนล่ะ " ผู้เทศน์ ยังเรียนวิชชาไปไม่ถึง ยังไม่ถึงที่สุด ยี่สิบสามปีสี่เดือนเศษแล้ว ยังไม่ถึงที่สุดเลย ขยับไปทีๆหนึ่งนั้นนับครั้งไม่ถ้วน นับชั้นไม่ถ้วน นับอสงไขยดวงไม่ถ้วน นับอายุกี่ดวงยังไม่ถ้วน ไม่ไปสุดเลย ถ้าสุดเวลาไร ถึงที่สุดของการรักษาแล้วละก็ มนุษย์เลิกแก่ เลิกเจ็บ เลิกตายเลยทีเดียว นี่กำล้งพยายามทำไป ทำไปในทางนี้ ไม่ใชทำไปในทางอื่น พระพุทธเจ้าท่านไปรักษาอยู่ต้นธาตุ ท่านรักษาอยู่ เป็นอยู่ เราเป็นอยู่นี้ " ถ้าท่านหยุดแก๊กเดียวเท่านั้น มนุษย์ดับทีเดียว หรือไม่เช่นนั้น มารมาตัดระหว่างกายเสีย ไม่ให้ติดต่อกันเสียเท่านั้นละ ก็ตายทันที ขาดผู้รักษาเสียแล้ว" เพราะฉะนั้น "ที่เรานับถือท่าน ไหว้กราบท่านน่ะ จะไหว้กราบทำไม ก็ท่านรักษาชีวิตของเราอยู่ไม่ใช่หรือ ไม่ไหว้อย่างไร ท่านปล่อยเสียมันก็ตายเท่านั้น" ก็ท่านมีคุณต่อเราอย่างนี้ ล้ำเลิศประเสริฐอย่างนี้ คนอื่นไม่ใช่เช่นนั้น "เราจะมั่งมีอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านส่งสมบัติมาให้ ยากจนอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านส่งสมบัติมาไม่ทัน มารเข้าไปขวางเสีย" เมื่อรู้จักหลักเข่นนี้ละก็ เราจึงได้ไหว้ พระตถาคตเจ้านัก เราจึงได้เชื่อพระตถาคตเจ้านัก เราจึงได้เชื่อพระตถาคตเจ้า นับว่าชีวิตของเรา ถ้าเอาใจจรดอยู่ที่พระตถาคตเจ้านั้น นี่เรียกว่า เชื่อในพระตถาคตเจ้า ศีลอันดีงาม ศีลไม่ดีงามได้หรือ ถ้าศีลไม่ดีงามก็กระเทือนถึงพระพุทธเจ้า ถ้าศีลไม่ดีงามธรรมกายก็เศร้าหมองไม่ผ่องใส ถ้าศีลดีงามธรรมกายก็สว่างแจ่มใสสะอาดสะอ้าน นั้นอุดหนุนกันอย่างนี้